LG G2

สรุปฟีเจอร์ลูกเล่นเด่นจัดเต็มของ LG G2 หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการ mobile article recommended article  
ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ G2 หรือ LG Flagship Smartphone เครื่องล่าสุด โดยคาดหมายว่าจะเป็นหมากเด็ดช่วงครึ่งปีหลังและคงจะเป็นกุญแจสำคัญของบริษัท ในช่วงเทศกาลจับจ่ายหรือซื้อของขวัญที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายปีนี้ ร่วมกับบรรดา Smartphone รุ่นดังที่รอพร้อมจอเปิดตัวอยู่อีกหลายรุ่นด้วยกันโดยตัวเครื่องของ LG G2 สามารถสรุปลูกเล่นฟีเจอร์เด่นๆ ได้ดังนี้
๐ หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 800 (Quad-core 2.26GHz) + Adreno 330
๐ หน้าจอ IPS LCD ความละเอียด Full HD มีความละเอียด 424 พิกเซลต่อตารางนิ้ว
๐ ใช้กระจก Gorilla Glass 3 และหน้าจอมีความสว่างสูงสุด 450 nits และเทคโนโลยี GRAM
๐ หน่วยความจำ RAM 2GB
๐ กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลพร้อมระบบ OIS เลนส์กระจก Sapphire
๐ รองรับการใช้งาน HDR-Hardware บันทึกวีดีโอ 1080p 60fps
๐ กล้องหน้า 2.1 ล้านบันทึกวีดีโอ 1080p
๐ รองรับการทำงานไฟล์เสียงความละเอียดสูงแบบ 24 bits / 192kHz (Hi-Fi audio)
๐ รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 802.11 ac / NFC / Bluetooth 4.0 LE / MHL / IR Blaster
๐ รองรับการใช้งาน HSPA+ (42Mbps) / LTE-Advanced (150Mbps)
๐ รองรับการใช้งาน GPS / GLONASS ในการระบุพิกัดตำแหน่ง
๐ หน่วยความจำภายในตัว 32GB ไม่รองรับ Micro SD
๐ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2
๐ แบตเตอรี่ความจุสูง 3000 มิลลิแอมป์แบบฝังในเครื่อง
๐ สัดส่วนตัวเครื่อง (หน่วยสูง กว้าง หนา) 138.5 x 70.9 x 9.14 มิลลิเมตร
๐ น้ำหนัก 143 กรัม วัสดุตัวเครื่องเป็นพลาสติก Polycarbonate
๐ ลูกเล่นเด่น Guest Mode / Slide Aside / Text Link / AnswerMe / QuickRemote / KnockON


สรุปฟีเจอร์ลูกเล่นเด่นจัดเต็มของ LG G2 หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการ mobile article recommended article


จุดเด่นที่น่าสนใจของ G2 เครื่องนี้ คงต้องบอกว่ายังเป็นการรวมเทคโนโลยีเด่นๆ ที่ทาง LG สามารถผลิตขึ้นได้เอง นำมารวมเข้ากับผลิตภัณฑ์ Smartphone ที่ถูกตั้งเป้าผลักดันให้ขึ้นมาเป็นหัวหอกในธุรกิจของบริษัท จุดเด่นๆ เช่น หน้าจอ IPS LCD รุ่นใหม่นี้มีความละเอียดสูงระดับ Full HD 1080p ใช้กระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยทำให้ได้พื้นที่ขอบหน้าจอบางที่สุดในตลาดเวลานี้อยู่ที่ 2.65 มิลลิเมตรเท่านั้น ในขณะที่คู่แข่งยักษ์ใหญ่ซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ยังอยู่ที่ 2.75 มิลลิเมตร ต่อมาคือเรื่องของสัดส่วนขนาดหน้าจอที่ใช้ขนาด 5.2 นิ้วนั้น มีขนาดตัวเครื่องประมาณเดียวกับ XPERIA Z แต่ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ากว่า โดยมีพื้นที่หน้าจอคิดเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ของตัวเครื่องทั้งหมด
สุดท้ายหน้าจอ IPS LCD ตัวนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Graphic RAM (GRAM) ซึ่งทาง LG กล่าวว่าถูกออกแบบมาให้ช่วยในการประหยัดพลังงานได้มากขึ้น 26 เปอร์เซ็นต์ โดยกล่าวคือ เทคโนโลยีตัวนี้จะถูกออกแบบให้แบ่งเบาภาระการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟฟิค ที่จะไม่ต้องทำงานด้วยความเร็วสูงสุดอยู่ตลอดเวลา เช่น เมื่อแสดงผลเป็นภาพนิ่ง เช่น หน้า homescreen ก็จะสามารถปรับลดความเร็วสัญญาณการทำงานลงได้โดยที่ยังรักษาคุณภาพไว้ได้ แต่เมื่อผู้ใช้งานเล่นเกมส์หรือดูวีดีโอที่มีการสลับเปลี่ยนเฟรมอยู่อย่าง สม่ำเสมอ ก็จะกลับไปทำงานเต็มที่เช่นเดิม 
 
สรุปฟีเจอร์ลูกเล่นเด่นจัดเต็มของ LG G2 หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการ mobile article recommended article  


ต่อมาในส่วนของกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านนั้นก็ถือว่ามีการต่อยอดลูกเล่นใหม่เพิ่มขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้ กัน เริ่มแรกกล้องตัวนี้มีลูกเล่นเด่นอย่าง Optical Image Stabilization (OIS) ลดการสั่นไหวของมือขณะที่ถือสำหรับการถ่ายรูปได้อย่างยอดเยี่ยม และเลนส์กล้องยังเป็นกระจก Sapphire ที่เคลือบสารป้องกันรอยนิ้วมือเอาไว้อีกด้วย เรียกว่านำเทคโนโลยีที่เปิดตัวในปี 2012 จากทั้ง Nokia และ Apple มาต่อยอดเป็นมือถิือของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ จากนั้นกล้องวีดีโอก็รองรับการบันทึกไฟล์ความละเอียดสูงสุด Full HD ที่ความเร็ว 60 เฟรมต่อวินาที (โดยปัจจุบันของที่วางขายในตลาดเวลานี้ยังทำได้อยู่ที่ประมาณ 30 เฟรมต่อวินาทีเท่านั้น)
ต่อมากันที่ส่วนของแบตเตอรี่ซึ่งเป็นผลผลิตจาก LG Chemical โดยความพิเศษของแบตเตอรี่ก้อนนี้ ซึ่งมีความจุสูงสุด 3000 มิลลิแอมป์ คือ มีความหนาแน่นของมวลแบตที่มากกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป จึงสามารถทำให้แบตนั้นมีปริมาณความจุได้สูงกว่าเครื่องจากคู่แข่งในตลาดเวลา นี้ ซึ่งถ้าหากนับเฉพาะเครื่องที่มีขนาดไล่เลี่ยกันแล้วในช่วงขนาดหน้าจอ 4.7 – 5.2 นิ้ว เครื่อง G2 ถือว่ามีปริมาณความจุแบตมาให้เยอะที่สุดเป็นลำดับต้นๆ เลยก็ว่าได้
สำหรับแนวความคิดที่ทาง LG นำปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง และปรับเพิ่ม-ลดเสียงนั้นไว้ติดตั้งไว้ที่บริเวณด้านหลังกลางตัวเครื่องนั้น ทาง LG ระบุว่าจากผลสำรวจการวางปุ่มควบคุมไว้ที่ด้านข้างนั้นทำให้ก่อเกิดความไม่ สะดวกในการใช้งานเท่าที่ควร และมีโอกาสทำเครื่องหล่นหลุดมือมากขึ้น ทางบริษัทจึงมีการทำวิจัยในเรื่องนี้และเล็งเห็นว่าตำแหน่งที่ผู้บริโภคมัก จะวางนิ้วมือสัมผัสในขณะที่ถือเครื่องนั้นบริเวณด้านหลังกลางเครื่องพอดี นอกจากนั้นปุ่มปิด-เปิดยังทำหน้าที่เสมือนหนึ่งไฟแจ้งเตือน Notifications และคีย์ลัดการเปิดเข้าโหมดกล้องได้ในตัวอีกด้วย และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงก็สามารถเป็นคีย์ลัดที่จะเรียกการทำงานของ QuickMemo ได้เช่นเดียวกัน สุดท้ายคงเป็นเหตุผลในการดีไซน์ออกแบบตัวเครื่อง ซึ่งการย้ายปุ่มควบคุมนี้ทำให้เครื่องมีพื้นที่ขอบบางที่สุดในตลาดเวลานี้ นั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น